การผลิตน้ำหมักชีวภาพ

การผลิตน้ำหมักชีวภาพ

 

       ลักษณะเด่นของเทคโนโลยี

            น้ำหมักชีวภาพเป็นสารที่มีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลอมเหลือง มีฤทธิ์เป็นกรด มีรสเปรี้ยว และมีกลิ่นฉุนของน้ำส้มสายชู รวมทั้งมีรสฝาด ขม และกลิ่นคล้ายส่าเหล้ารวมอยู่ ในน้ำหมักชีวภาพประกอบด้วย กลุ่มจุลินทรีย์สร้างสรรค์ และสารอาหารต่างๆมากมายในรูป กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ น้ำตาลกลูโคส วิตามิน เกลือแร่ ฮอร์โมน และเอนไซม์ เหมาะสมสำหรับนำไปใช้ในการเกษตรแบบต่างๆ พร้อมทั้งปรับสภาพของสิ่งแวดล้อมที่มีกลิ่นเหม็นที่เกิดจากสิ่งปฏิกูลได้

       การจัดการกับเทคโนโลยี
            1. นำพืชผักทุกส่วนมาหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ในภาชนะที่มีฝาปิดเติมน้ำให้ท่วมแล้วปิดฝาให้สนิท
            2. ใส่กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดงลงไป 1 ใน 3 ของน้ำหนักผัก เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ EM 1 ลิตร ถ้ามีน้ำหมักชีวภาพอยู่แล้ว
                ให้ใส่ กากน้ำตาลน้อยลง
            3. แล้วปิดฝาทิ้งไว้ 5 – 7 วัน
           4. จะมีน้ำสีน้ำตาลออกมา คือ น้ำหมักชีวภาพกรอกใส่ขวดปิดฝา ให้สนิทพร้อมที่จะใช้การได้
           5. ฉีดพ่น พืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น ในอัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำ 5 –10 ลิตร ฉีดพ่นได้บ่อยครั้ง
           6. รดกองใบไม้ใบหญ้าสด –แห้ง ในอัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำ 2–3 ลิตร ใช้พลาสติกคลุมกองพืช ปล่อยให้เกิดการย่อยสลาย 
               1–2 สัปดาห์ นำมาใช้ประโยชน์ได้ ใช้ผสมดินหรือคลุมดินบริเวณต้นพืช
           7.ใช้ทำปุ๋ยหมักแห้ง โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ ในอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะจนปุ๋ยหมักแห้งหรือมีความชื้นหมาด ๆ
           8. รดดินแปลงเพาะปลูก ปฏิบัติดังนี้ พรวนดินผสมคลุกเคล้าวัชพืชหรือเศษดิน ใช้อัตราเจือจาง1 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำ 2 – 5 ลิตร 
               รด 1 ตร.ม. ต่อ 0.5 – 1 ลิตร ปล่อยให้เกิดการย่อยสลาย 3 – 7 วัน ก็สามารถปลูกพืชหรือกล้าไม้ได้ ถ้าต้องการกำจัดวัชพืช
               พวก มีเมล็ด ควรปล่อยให้วัชพืชออกอีกครั้งหนึ่ง จึงพรวนซ้ำแล้วรดน้ำหมักชีวภาพเจือจาง ในอัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ
              น้ำ 5 ลิตร ปลูกพืชได้ภายใน 2 – 3 วัน
           9. ผสมน้ำชีวภาพ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำ 1 – 5 ลิตร ราดพื้นที่ทำความสะอาด จะช่วยย่อยอินทรียวัตถุในแหล่งน้ำให้ย่อยสลายลง
               ทำให้แหล่งน้ำมีสภาพดีขึ้น
 

 

      ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ
           1. ประโยชน์ต่อพืช จึงสามารถนำไปใช้ได้โดยตรงเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชลดปริมาณการใช้สารเคมีลง 
           2. ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ หรือการนำไปใช้สำหรับชีวิตประจำวันของคน เช่น การชำระล้างคราบสกปรก ซักผ้า ล้างห้องน้ำ ดับกลิ่น
                เหม็นในห้องน้ำ โถส้วม และท่อระบายน้ำ 
          3. ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำ สามารถลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยเคมี
 


วันที่ : 3 มี.ค. 2554
ที่มา :
อ่าน : 937

ศูนย์เทคโนโลยีที่เหมาะสม คณะวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
680  หมู่ 11  ถนนนิตโย  ตำบลธาตเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร  จังหวัดสกลนคร  47000
โทรศัพท์ 042-970021 ต่อ 358 ,042-743886  โทรสาร  042-970029